เฉพาะเจ้าหน้าที่ 
   หน้าแรก   
|
   กล่องจดหมาย   
|
   เว็บบอร์ด   
|
   สมาชิก   
|
   หาพนักงาน/หาบริษัททำงาน   
|
   ร่วมงานกับเรา   
|
   แผนที่/ที่อยู่/เบอร์โทรฯ   
วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2553 
เกี่ยวกับโรงเรียน
หลักสูตร
แหล่งค้นหาความรู้
หอเกียรติยศ
Web Links ที่น่าสนใจ
 

เพาเวอร์คลีนิก ซ่อม จำหน่ายมือถือ

ทรูวิชั่นร่วมกับโรงเรียนแสงทองเทคโนโลยี

เว็บไซต์วาไรตี้ สารพันบันเทิง

โรงเรียนแสงทองเทคโนโลยีร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

โรงเรียนแสงทองเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
 บทความวิชาการย้อนกลับ 
CES 2010: โน้ตบุ๊ก-แท็บเล็ต"ไฮบริด"
เลอโนโว (Lenovo) ยังคงเดินหน้าเปิดเกมผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่การเปิดตัว "สมาร์ทบุ๊ก" ที่ชื่อว่า สกายไลท์ (Skylight) ในงาน CES 2001 เท่านั้น แต่ยังเกาะกระแสความสนใจแท็บเล็ตของแอปเปิล ด้วยการเผยโฉมโน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่ที่ไฮบริดกับแท็บเล็ตภายใต้ซีรียส์ IdeaPad U1 Hybrid ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กลูกผสมระหว่าง "แท็บเล็ต"มัลติทัช กับ"โน้ตบุ๊ก"
IdeaPad U1 Hybrid มาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ 2 ตัว และสตอเรจ 2 ชุดแยกกันทำงานตามฟังก์ชันที่ใช้ว่าเป็นแท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก เมื่อประกอบร่างเป็นโน้ตบุ๊กเครื่องเดียวจะมีน้ำหนัก 1.72 กิโลกรัม อย่างไรก็ดี IdeaPad U1 Hybrid สามารถแยกการใช้งานเป็น "แท็บเล็ต"หน้าจอสัมผัสแบบ"มัลติทัช"ที่มีขนาด 11.6 นิ้ว และทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Snapdragon ของ Qualcomm พร้อมหน่วยความจำ 512MB ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Linux แต่ใช้อินเตอร์เฟซเดียวกันกับ Skylight (Smartbook ของเลอโนโว) โดยทางบริษัทอ้างว่า ลำพังการใช้งานเป็นแท็บเล็ตจะสามารถทำงานต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง ในขณะที่การเชื่อมต่อการทำงานแบบ 3G จะใช้งานได้จนกระทั่งแบตฯ เหลือ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้แท็บเล็ตสามารถแสดงผลได้ทั้งสองแนวคือ แนวนอน (landscape) และแนวตั้ง (Portrait)
และเมื่อประกอบแท็บเล็ต เพื่อใช้งานเป็นโน้ตบุ๊ก IdeaPad U1 Hybrid ก็จะทำงานโพรเซสเซอร์ Intel ULV Core 2 Duo SU พร้อมหน่วยความจำ 4GB ชิปเซตกราฟิก Intel GMA เว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล พอร์ต USB 2.0 2 พอร์ต และ eSATA แถมยังจะมีพอร์ต HDMI และ VGA พร้อมช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำแบบ 4-in-1 ให้อีกด้วย ผู้ใช้สามารถเพิ่ม SSD ที่ให้กับเครื่องเป็น 128GB รวมกับ 16GB ที่อยู่ในแท็บเล็ต IdeaPad U1 Hybrid จึงเป็นแลปทอป 2-in-1 คือ โน้ตบุ๊กกับแท็บเล็ตทีสามารถรวม หรือแยกการใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 999 เหรียญฯ (ประมาณ 35,000 บาท) และคาดว่าจะสามารถวางตลาดได้วันที 1 มิถุนายน ศกนี้


 

Copyright © 2007 Sangthong Technology All rights reserved.